[Pacific Rim: Secret Event] In My Dreams..

posted on 30 Sep 2013 04:34 by alchemist-roy directory Fiction, Entertainment
 
 
 
 
 
 
 
  *นอนแปะกับบล็อก* สวัสดีครับ ดีเลย์มากเลยครับ โฮ...
 
รีเควส ..@bitter-kurosuiren เป็นของผมเอง.. ที่จริงแล้วอยากจะเขียนอีกสักเรื่องครับ แต่...แต่... 
 
ไว้นอกรอบแล้วกันครับ "OTL 
 
   ต้องบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างจะอินเซปชั่นและตัดอารมณ์ผู้อ่านมาก #จริงๆ อาจจะสับสนไปไม่น้อย
 
แต่ผมพยายามเขียนเต็มที่นะครับ! 
 
เควสที่เลือกเป็นอันนี้ครับพี่น้องแบ็คเก็ต
5)แยนซี่กับราลีห์ : 
เหมือนกับว่าแยนซี่มาหาราลีห์ในฝัน และสองคนก็คุยกันไปยิ้มไป
อารมณ์แบบที่ราลีห์คิดว่าแยนซี่ยังไม่ได้จากตัวเองไปไหนและเฝ้ามองตัวเองอยู่ห่างๆ
บรรยากาศเป็นสีขาวสว่าง ส่วนแยนซี่จะเป็นร่างจางๆ 
ถ้าเป็นฟิคเขียนในเรื่องที่สองคนนี้คุยเรื่องเก่าๆ หรืออะไรก็ว่ากันไปค่ะ
 
 
 

Fiction : In my Dreams..
Pairing : Becket bros.
Writer : Zol Redfox
 
 
 

... ผมเชื่อว่าทุกคนเคยฝัน ...

ฝันที่แม้ว่ามันจะดีมากหรือร้ายขนาดไหนมันก็เป็นเพียงสิ่งในจินตานาการหรือความทรงจำของเราเท่านั้น

....ผมเองก็ด้วย....

ทั้งฝันดีและฝันร้าย

 

 

   ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดคอกลมนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางสะลึมสะลือคล้ายเพิ่งตื่นนอน  เขายกมือขึ้นป้องปากเมื่อหาวออกมาวอดใหญ่ หลังมือยกขึ้นขยี้เปลือกตาแผ่วเบาก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ ปรับภาพที่มองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  สิ่งแรกที่เขาคิดถามกับตัวเองไม่ใช่ประโยคที่ว่า ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ?’ แต่กลับเป็น นอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน’ …  เจ้าของเลือนผมสีทองปล่อยตัวลงนอนเหยียดบนเตียงอีกครั้ง ใบหน้าจมลงบนหมอนแทบจะทันที...

 

   ไม่กี่วินาทีต่อมา..แทนที่ชายหนุ่มขี้เซาจะได้นอนหลับอย่างสมใจ กลับถูกขัดด้วยเสียงร้องครางเบาๆ จนทำให้เขาต้องลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง  เขาพยายามฟังให้แน่ใจว่าไม่ได้หูแว่วไปเอง .. เสียงร้องออกมาเบาๆ คล้ายกับกำลังสะอื้น... แยนซีก้มตัวลงมองไปยังต้นเสียงนั่น ... ชายอีกคนที่หน้าตาคล้ายกับเขากำลังนอนขมวดคิ้วอยู่ที่เตียงชั้นล่าง

 

“ราล..”

 

   เสียงเอ่ยแผ่วเบาเรียกชื่อน้องชายที่ตอนนี้ขมวดคิ้วหนักยิ่งกว่าเดิม... แยนซีตัดสินใจปีนลงไปหาผู้เป็นน้อง  มือหนายกขึ้นลูบศีรษะอย่างเบาๆ ปลอบประโลมเพื่อให้คนที่กำลังนอนอยู่รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง...ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงข้างๆ ของน้องชายที่ตอนนี้หันตัวพลิกหนีไปอีกทางแล้ว.. ...

“เฮ้.. ”

 

   ดูท่าทางน้องชายของเขาจะไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย... แยนซีก้มลงใกล้ๆกับอีกฝ่ายแล้วจุมพิตลงที่ข้างขมับ .. เขาพูดออกมาเบาๆ ข้างใบหูหลังจากละใบหน้าออกมาแล้ว..

 

“พี่อยู่นี่แล้ว.. ราลีห์”

 

………………

……..

….

..

..

 

   เสียงสะอื้นปลุกเด็กชายที่กำลังนอนอยู่ให้ตื่นขึ้น.. แยนซีมองไปยังเด็กชายตัวเล็กที่ตอนนี้เกาะอยู่ที่ข้างเตียงของเขา แค่มองหน้าผู้เป็นน้องเขาก็รู้ได้แทบจะทันทีว่าน้องชายของเขาฝันร้ายมาอีกแล้วแน่ๆ

 

“แยนซี...”

 

   ราลีห์เอ่ยชื่อผู้เป็นพี่ออกมาแผ่วเบา เขาแทบจะพุ่งเข้าไปกอดพี่ชายในทันที...  แยนซีอุ้มน้องชายที่ตัวเล็กกว่าเขาขึ้นมาบนเตียงแล้วปล่อยให้นั่งลงข้างๆ ... อันที่จริงแล้วทั้งคู่อายุไม่ได้ห่างกันมากเสียเท่าไหร่ แต่สำหรับแยนซี.. เขามักจะมองราลีห์เป็นเด็กชายตัวน้อยๆ อยู่เสมอ  นั่นจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมพี่ชายอย่างแยนซีจึงเลือกอุ้มผู้เป็นน้องแทนที่จะปล่อยให้อีกคนปีนขึ้นมาเอง

 

   ราลีห์เม้มปากเล็กน้อย เพียงมองใบหน้าก็สามารถทราบได้ว่าตอนนี้เขาไม่อยากกลับห้องของตัวเอง...  แยนซีหัวเราะออกมาเบาๆ แต่แทนที่จะทำให้เด็กชายอีกคนรู้สึกผ่อนคลาย กลับกลายเป็นใบหน้าที่บูดบึ้งแทน

 

“พี่หัวเราะอะไร?”

“...ไม่มีอะไรหรอกราล..”

 

   แยนซียิ้มออกมาเล็กน้อยขณะตอบน้องชายของเขาไป  มือยกขึ้นยีเลือนผมสีทองของอีกคนเบาๆ ... พร้อมกับประโยคที่บอกให้เข้านอน  แต่ดูเหมือนว่าราลีห์ยังไม่อยากจะนอนเสียเท่าไหร่ในตอนนี้..ก็เพราะเขาเพิ่งฝันร้ายมานี่  …

 

“ไม่เอา...”

“พี่อยู่นี่แล้ว.. นายไม่ต้องกลัวอะไรแล้วราลีห์”

 

   ผู้เป็นน้องจ้องมองพี่ชายของเขาที่กำลังยิ้มอย่างไม่ละสายตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยตัวลงนอนในที่สุด... แยนซีหัวเราะออกมาอีกครั้ง  เขารู้สึกรักและเอ็นดูราลีห์มาก  มากเสียจนไม่สามารถหาคำพูดมาอธิบายได้... ถ้าหากน้องชายของเขาโตไป จะยังกล้ามานอนกับเขาแบบนี้อยู่ไหมนะ? ... ราลีห์ยังคงมองแยนซีเหมือนกำลังถามว่า ‘พี่หัวเราะอะไรอีกแล้ว?’  คิ้วขมวดมุ่นมองคล้ายกับไม่พอใจหน่อยๆ ที่พี่มักจะหัวเราะเขาแบบนั้น..ไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรเลย

 

“รู้ไหมว่านายพูดแบบนั้นทุกครั้งที่ฝันร้าย..”

“..พี่เองก็พูดแบบนั้นทุกครั้งเหมือนกันนั่นแหละ”

 

   ราลีห์เม้มปากอีกครั้งก่อนจะเป่าลมจนแก้มพองขึ้นคล้ายกับปลาที่สามารถพองลมได้ และนั่น...ก็เป็นอีกครั้งที่แยนซีหัวเราะ..หัวเราะให้กับท่าทางของราลีห์... เขานอนลงข้างๆ กับน้องชายในที่สุด  มือยกขึ้นลูบหลังศีรษะอีกคนอย่างเอ็นดูขณะเขยิบตัวเข้าไปนอนใกล้ๆ  ริมฝีปากประทับลงแนบกับหน้าผากเล็ก.. ราลีห์ปิดเปลือกตาลงช้าๆ พร้อมกับประโยคสั้นๆ ของแยนซีที่เอ่ยออกมา

 

“ฝันดี ราลีห์..”

 

………………

….......…..

…..…..

……..

….

..

..

 

   ราลีห์ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เขารู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจที่อยู่ใกล้กับเขามาก...มากเสียจนน่าแปลกใจ  นัยน์ตาสีฟ้าพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสิ่งที่เขาเห็นก็แทบทำให้เขาชะงัก.. ‘แยนซ์?’  พี่ชายของเขากำลังนอนเบียดอยู่บนเตียง... อะไรกัน? ทำไมแยนซีมานอนอยู่ตรงนี้? ... คำถามมากมายที่อยู่ในหัวซึ่งเขาหาคำตอบไม่ได้เลยสักคำถามเดียว... แต่เหนือสิ่งอื่นใด..ตอนนี้เขาควรจะปลุกแยนซีก่อน

 

“แยนซ์... แยนซี..ตื่นได้แล้ว”

 

   …. ราลีห์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ๆ เขาเกือบลืมไปว่าพี่ชายของเขานั้นขี้เซามากขนาดไหน.. มือข้างซ้ายยกขึ้นตบๆ แก้มเรียกให้อีกคนตื่น แต่วินาทีต่อมาไม่รู้เป็นเพราอะไร.. ราลีห์กลับแกล้งดึงแก้มของแยนซียืดออก เขายิ้มออกมาในที่สุดขณะมองอีกคนที่ไม่มีท่าทีจะยอมตื่นเลยแม้แต่น้อย

 

“แยนซีตื่นได้แล้วน่า!”

“ขออีก 5 นาที”

“ไม่เอาน่ะแยนซ์ นี่พี่นอนเตียงฉันอยู่นะ”

“........”

 

   ประโยคนั้นของราลีห์ทำให้แยนซียอมขยับตัวเล็กน้อย มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองถูไปมาช้าๆ คิ้วขมวดเข้าหากันเพราะยังไม่อยากจะตื่น..

 

“พี่อธิบายฉันมาก่อนว่าทำไมมานอนตรงนี้”

“เมื่อคืน...นาย...Zzzzz ”

 

   ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยค เสียงสัญญาณก็ขาดหายไปเสียแล้ว... ไม่น่าเชื่อว่าแยนซีจะขี้เซามากถึงขนาดนี้  ราลีห์แอบเบ้ปาก เขาเขย่าไหล่อีกคนเป็นการปลุกให้ตื่น... แยนซีปรือตามองอีกครั้ง ..มองน้องชายตรงหน้าที่ต้องการจะทราบคำตอบเสียให้ได้  …. เสียงตอบกลับไปงึมงำจนแทบจะจับประโยคไม่ได้ของแยนซีทำให้ราลีห์ประหลาดใจ เมื่อคำตอบของพี่ชายของเขานั้นคือ..

 

“นายฝันร้าย”

 “...?”

 

   เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้รับคำตอบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็แปลกใจ.. ฝันร้าย?  ทั้งที่เขาไม่ได้ฝันร้ายมานานมากแล้วแท้ๆ ...... แยนซีกลิ้งตัวลงไปยืนกับพื้นในที่สุดก่อนจะยืดและเหยียดตัวดึงกล้ามเนื้อของตัวเองคล้ายกับเป็นการปลุกร่างกายให้ตื่นขึ้น  ราลีห์นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับเงยหน้ามองพี่ชาย ..ตอนนี้เขากำลังคิดว่าเมื่อคืนนึ้แอบทำตัวเหมือนตอนเด็กๆ ไปรึเปล่า.. แต่ดูจากท่าทางของแยนซีแล้ว เขาคงไม่ได้ทำอะไรเหมือนเด็กไป

 

“พี่ยังคงปลอบฉันทุกครั้งเหมือนเดิมเลย แยนซี”

“ก็คง...จนกว่านายจะโต”

“ฉันโตแล้วน่ะ! มีแต่พี่ที่ยังมองฉันเป็นเด็ก”

“...แบบนั้นฉันคงต้องเจอเด็กน้อยราลีห์ในการล่องแล้วล่ะมั้ง”

 

   แยนซีหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างที่เขามักจะทำบ่อยๆ .. รอยยิ้มผุดขึ้นเล็กน้อย เมื่อน้องชายของเขาเถียงออกมาแบบนั้น... แยนซีต้องการจะพูด..พูดเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา .. เบ็คเก็ตคนพี่ชั่งใจอยู่สักพักหนึ่งจนทำให้อีกคนต้องเอ่ยถามออกมา…… ในที่สุดผู้เป็นพี่จึงยอมกล่าวออกไป

 

ฉันจะอยู่กับนายเสมอ.. ตราบเท่าที่นายต้องการ ราลีห์”

 

-----------------------------------------------

 

    ราลีห์สะดุ้งตื่นในตอนกลางคืนที่เงียบสะงัด.. เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ... มันเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแปลกได้ขนาดนี้...แปลกจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้

 

“แยนซ์...”

 

   เสียงเอ่ยเรียกพี่ชายที่ดังเหมือนกำลังจะถามคำถาม.. ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แขนซ้ายอย่างที่ไม่เคยเป็น...  ฝัน? ...ฝันซ้ำไปซ้ำมาจนแยกแยะไม่ออกว่าเรื่องไหนจริงหรือไม่จริง... สำหรับราลีห์มันคือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นกับเขาทั้งหมด...

 

“แยนซี พี่ยังนอนอยู่ใช่ไหม?”

 

   ราลีห์ลุกขึ้นยืนและมองไปยังเตียงชั้นบนที่ตอนนี้ว่างเปล่า...น่าแปลกใจที่แยนซีตื่นก่อนเขา... น่าแปลกใจที่ทุกครั้ง เขาจะตื่นมาเจอพี่ชายนอนอยู่ชั้นบนแทนที่จะเจอความว่างเปล่าแบบนี้ .. ... น่าแปลก...

 

“.....”

 

    เบ็คเก็ตคนน้องยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองพลางคิดทบทวน... เหตุผลที่เขายังรู้สึกเจ็บแขนข้างซ้ายอยู่ เหตุผลที่เตียงชั้นบนนั้นว่างเปล่า...เหตุผลที่เขาไม่เห็นหน้าแยนซี..
   …ทั้งหมด...คือฝันร้ายของ ราลีห์ เบ็คเก็ต เมื่อเขาต้องมาเผชิญหน้ากับความจริง

 

 

..ฉันอยู่ตรงนี้แต่นายแค่ไม่เห็นฉัน..

...ฉันอยู่ตรงนี้แต่นายแค่ไม่ได้ยินฉัน…

ฉันอยู่ตรงนี้แต่นายแค่ไม่สามารถสัมผัสฉัน

..ฉันยังอยู่ตรงนี้เสมอเด็กน้อย..

..ฉันไม่อยากจากนายไป..

 

 

   ราลีห์รู้สึกได้ถึงบางอย่าง ความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน... ถึงแม้จะฝันอีกสักกี่ครั้ง แต่การที่เขาจะมองเห็นใบหน้าของพี่ชาย ได้พูดคุยกับแยนซีได้คงเป็นเพียงในความฝันของเขาเท่านั้น... ... ไม่ว่าอีกสักกี่ครั้งเมื่อเขาตื่น..มันยังคงเป็นฝันร้ายสำหรับเขาเสมอ เมื่อแยนซี เบ็คเก็ตไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว

 

..นายยังเจอฉันได้เสมอ... ราล..

....หลับตาลงนายจะได้พบกับฉัน....

...

ในฝันดีของนาย

 

 

-----------------------------------------------

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ใส่กิ๊ฟขัดอารมณ์ #โดนตรบ

 

   จบบริบูณ์ครับ.. เอาจริงๆ ผมยังอยากเขียนต่อนะ นะ นะ นะครับ >--lO ยังไงก็ขอขอบคุณกิจกรรมซีเครทนี่ไว้ด้วยได้เจอคนคลั่ง Pacific Rim ด้วยกันนี่รู้สึกแช่มชื่นครับ (?)

 

ขอบพระคุณครับ ♥

 

 

 

 

edit @ 30 Sep 2013 05:27:40 by [Zol~o!!]Red-Fox>

edit @ 30 Sep 2013 13:50:49 by [Zol~o!!]Red-Fox>